คำบรรยายภาพ
บุรีรัมย์ผู้นำ ชาวบ้านบุกร้องอำเภอ เทศบาลตรวจสอบเอาผิดนายทุนฮุบที่ทุ่งอีพอกริมน้ำมูล 50 ไร่ปลูกยูคา
ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมตัวแทนชาวบ้าน ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รวมตัวบุกยื่นหนังสือร้องอำเภอ และเทศบาล ตรวจสอบเอาผิดนายทุน ออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบรุกที่ทุ่งอีพอกริมน้ำมูล ที่เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติและทำเลเลี้ยงสัตว์ เกือบ 50 ไร่ ปลูกยูคาลิปตัสป้อนโรงงานหาประโยชน์ส่วนตัว
คำบรรยายภาพ
(5 ส.ค.69) นายสุรชัย ไชคูบอน ผู้ใหญ่บ้านบ้านโรงเรื่อย พร้อมตัวแทนชาวบ้านบ้านโรงเรื่อย และบ้านสวายสอ ต.นิคม อ.สตึก ได้รวมตัวกันยื่นหนังสืออำเภอ และเทศบาลตำบลสตึก เรียกร้องให้ตรวจสอบเอาผิดนายทุน ออกเอกสิทธิโดยมิชอบ บุกรุกครอบครองทุ่งอีพอกริมลำน้ำมูล ซึ่งเคยเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติและทำเลเลี้ยงสัตว์ ที่ชาวบ้านและคนในพื้นที่เคยใช้ประโยชน์ร่วมกัน รวมเนื้อที่บุกรุกครอบครองเกือบ 50 ไร่ เพื่อปลูกต้นยูคาลิปตัสป้อนเข้าโรงงานแปรรูปยูคาของตัวเอง ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปหาอาหารตามธรรมชาติ และนำโค กระบือ เข้าไปเลี้ยงในพื้นที่ดังกล่าวได้ จึงอยากให้ทางอำเภอตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบมีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบเพื่อครอบครองที่สาธารณะ หาประโยชน์ส่วนตัว ก็อยากให้ดำเนินการเอาผิดตามระเบียบกฎหมาย
คำบรรยายภาพ
และอยากให้เรียกคืนพื้นที่สาธารณะกลับคืนเป็นสมบัติของแผ่นดิน
นายยงยุทธ ศรีวรรณา ตัวแทนชาวบ้านโรงเรื่อย บอกว่า ที่ผู้นำชุมชนและตัวแทนชาวบ้าน ร่วมกันมายื่นหนังสืออำเภอและเทศบาลตำบลสตึกครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้ทางคืนที่พุ่งอีพอก ซึ่งเมื่อปี 2556 ผู้นำชุมชนและชาวบ้านก็เคยคัดค้านการออกโฉนดของนายทุนรายดังกล่าวแล้ว แต่ไม่เป็นผลเพราะสู้อำนาจนายทุนไม่ได้ วันนี้จึงได้เดินหน้ามาเรียกร้องทวงคืนทุ่งอีพอกกลับเป็นสมบัติของแผ่นดิน เพื่อประโยชน์แก่ชุมชนและลูกหลานในอนาคตต่อไป
คำบรรยายภาพ
นายอภิชาติ เจริญรัมย์ นายกเทศมนตรีตำบลสตึก กล่าวว่า กรณีที่ผู้นำชุมชนและตัวแทนชาวบ้าน 2 หมู่บ้านมายื่นหนังสือร้องเรียนว่ามีผู้บุกรุกทุ่งอีพอก ซึ่งเป็นที่สาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน กรณีนี้ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกฯ ก็ทราบว่าเคยมีทางอำเภอเคยไปตรวจสอบแนวเขตแล้ว ซึ่งก็จะได้ประสานทางอำเภอว่าการลงพื้นที่รังวัดสอบเขตครั้งนั้น ได้ข้อสรุปอย่างไร ซึ่งหากมีการบุกรุกครอบครองทำประโยชน์ในที่สาธารณะจริง ก็จะได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป